ทดสอบสมรรถภาพ

วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สโมสรฟุตบอลเอสซีจีเมืองทองยูไนเต็ด

สโมสรฟุตบอลเอสซีจีเมืองทองยูไนเต็ด เป็นสโมสรฟุตบอลของประเทศไทย ลงเล่นในระดับไทยพรีเมียร์ลีก โดยเลื่อนชั้นขึ้นมาในฐานะแชมป์ดิวิชั่น 1เมื่อจบฤดูกาล 2008



ประวัติสโมสร


ยุคแรก (โรงเรียนหนองจอกพิทยานุสรณ์)

บุคคลที่เป็นผุ้ก่อตั้งสโมสรฟุตบอลเมืองทองหนองจอก ยูไนเต็ด คือ นายวรวีร์ มะกูดี ซึ่งปัจจุบันเป็นนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยเป็นการก่อตั้งหลังจากทีมโรงเรียนศาสนวิทยา หรือทีมบีอีซี เทโรศาสน ในปัจจุบันเพียง 3 ปี ชื่อแรกที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสมาคมฟุตบอลเป็นชื่อทีมโรงเรียนหนองจอกพิทยานุสรณ์ ร.ร.หนองจอกพิทยานุสรณ์ เริ่มไต่เต้าจากถ้วยเล็กสุดอย่างถ้วยพระราชทานประเภท ง กระทั่งในการแข่งขันฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2545-2546 ทีม ร.ร.หนองจอกพิทยานุสรณ์ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นหนแรกเป็น สโมสรฟุตบอลไข่มุกดำหนองจอก โดยได้วีระ มุสิกพงศ์ อดีตนักการเมืองเข้ามาทำทีม แต่แค่ฤดูกาลเดียวเมื่อไม่ประสบความสำเร็จนายวีระ ก็เลิกลาไปโดยที่ทีมยังคงอยู่ในลีกดิวิชั่น 1 ต่อไป



เข้าสู่ระบบลีก

ฤดูกาลต่อมาของลีกดิวิชั่น 1 2546 - 2547 ทีมเปลี่ยนชื่ออีกครั้งตามกลุ่มที่เข้าเทกโอเวอร์รับทำทีมต่อก็คือ สโมสรฟุตบอลหลักทรัพย์โกล์เบล็ค หนองจอก โดยมีโค้ชหลอ สมศักดิ์ เซ็นเชาวนิช เป็นผู้จัดการทีมแต่ปีนั้นทีมทำผลงานได้ย่ำแย่ จนสุดท้ายก็ต้องตกชั้นไปเล่นในถ้วยพระราชทานประเภท ข ในฤดูกาล 2547-2548 โดยกลับไปใช้ชื่อเดิม ร.ร.หนองจอกพิทยานุสรณ์ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จุดเริ่มต้นก่อนจะมายิ่งใหญ่เช่นทุกวันนี้นั้น น่าจะเป็นเพราะสมาคมฟุตบอลฯ ต้องการยกระดับลีกการแข่งขันในประเทศของไทย ให้เป็นสากลมากขึ้นจึงก่อตั้งลีกดิวิชั่น 2 ขึ้นมาโดยนำทีมจากถ้วยพระราชทาน ข และ ค มาผสมรวมกันเพื่อแข่งขันในลีกนี้ในฤดูกาล 2549 - 2550 ซึ่ง ร.ร.หนองจอกพิทยานุสรณ์ได้สิทธิ์เข้าแข่งขันด้วย และปีนั้นกับลีกดิวิชั่น 2 ของไทยครั้งแรกชื่อทีมเมืองทองหนองจอก ยูไนเต็ด โดยผู้สนับสนุนทีมคือ นายระวิ โหลทอง ที่รับตำแหน่งประธานสโมสร

ยุคเริ่มต้นแห่งความสำเร็จ

เริ่มต้นที่ปี 2007 ปีนั้นทีมใช้ผู้จัดการทีมอย่าง นพพร เอกศาสตรา คุมทีมโดยมี โรเบิร์ต โปรคูเรอร์ เป็นผจก.ทีมและสุดท้ายปีนั้นเมืองทองหนองจอก ยูไนเต็ด ก็ได้แชมป์ลีกดิวิชั่น 2 ครั้งแรกพร้อมได้สิทธิ์ก้าวไปเล่นลีกดิวิชั่น 1 ในปี พ.ศ. 2551 ได้สำเร็จ ความสำเร็จจากแชมป์ลีกดิวิชั่น 2 จุดประกายฝันให้ทีมเมืองทองหนองจอก ยูไนเต็ด เดินหน้าต่อในลีกดิวิชั่น 1 แต่สุดท้ายทีมเมืองทองหนองจอก ยูไนเต็ด ก็ทำได้เมื่อผู้จัดการทีมอย่าง โค้ชหมี สุรศักดิ์ ตังสุรัตน์ สามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกดิวิชั่น 1 ประจำปี 2551 มาครอบครองได้สำเร็จ พร้อมขึ้นชั้นมาเล่นไทยพรีเมียรลีก 2009 (ไทยลีก ครั้งที่ 13) ได้สำเร็จ ไทยพรีเมียร์ลีก 2009 อันเป็นครั้งแรกของทีมเมืองทองหนองจอก ยูไนเต็ด ได้ขึ้นมาเล่นลีกสูงสุดของประเทศได้เป็นครั้งแรก นับจากก่อตั้งสโมสรมา 20 ปีนั้น สุดท้ายประวัติศาสตร์ของวงการลูกหนังไทย ก็ต้องจารึกอีกครั้งเป็นตำนานบทใหม่ว่าเมืองทองหนองจอก ยูไนเต็ด นั้นเป็นทีมแรกที่สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลลีกของไทยไล่จากลีกดิวิชั่น 2,ดิวิชั่น 1 จนถึงลีกสูงสุดของไทยอย่าง ไทยพรีเมียร์ลีก แบบใช้เวลา 3 ปี ถ้วยต่อถ้วยได้สำเร็จเป็นทีมแรกที่ยังไม่เคยมีสโมสรไหนทำได้มาก่อนนับแต่ที่ลีกลูกหนังไทยปรับโฉมมาเป็นลีกดิวิชั่น 2,1 และไทยพรีเมียร์ลีก จากเดิมที่เป็นถ้วยง,ค,ข และลีกดิวิชั่น1 ก่อนถึงไทยลีกเท่านั้น

สนามเหย้า

สโมสรฟุตบอลเมืองทอง ยูไนเต็ด
ใช้สนามเอสซีจี สเตเดี้ยมเป็นสนามเหย้า โดยสนามแห่งนี้อยู่หลังอาคารชาเลนเจอร์ เป็นพื้นที่โล่งใกล้กับทางขึ้นลงทางด่วนพิเศษ ไปได้ทุกที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
สำหรับสนามเอสซีจี สเตเดี้ยม นั้นปัจจุบันมีความจุโดยประมาณ 15,000 ที่นั่ง ได้มาตรฐานเอเอฟซี ย้อนกลับไปปี พ.ศ 2550 สภาพสนามเอสซีจี สเตเดี้ยม ซึ่งยังเรียกว่า ธันเดอร์โดม สเตเดี้ยม โชว์พัฒนาการให้เห็นขึ้นตามลำดับ ไล่มาตั้งแต่ การคว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 ในปี 2007 ก่อนจะก้าวไปอีกขั้นกับ แชมปืดิวิชั่น 1 ในปี 2008 ต่อด้วย แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก ในปี 2009 จนแฟนคลับมีจำนวนเพื่มขึ้นตามลำดับจึงได้มีการเปลี่ยนชื่อสนามเป็น ยามาฮ่า สเตเดี้ยม พร้อมลงมือก่อสร้างอัฒจรรย์ ทั่ง 3ด้าน รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบวงจร และในช่วงปี 2010 ได้ทำการปรับปรุง พื้นสนาม ด้วยเทคโนโลยีที่ ทันสมัยที่สุด โดยใช้ หญ้าพันธุ์ดี อย่าง "พาสพาลั่ม" ขณะที่ส่วนอัฒจรรย์ ที่นั่งของสนามยามาฮ่าสเตเดี้ยม ยังติดตั้งเก้าอี้ จำนวน 9000 ที่นั้ง ในอัฒจรรย์ฝั่งทิศ ตะวันออก และตะวันตก ปี 2555 ได้เปลี่ยนชื่อตามสปอนเซอร์ใหม่เป็น "เอสซีจี สเตเดี้ยม"
ลักษณะการเชียร์ กองเชียร์เมืองทอง ยูไนเต็ด จะเรียกกันว่า "อุลตร้า เมืองทอง เชียร์ไม่มีหมด 90 นาที " โดยมีฝั่งอัฒจรรย์ ทิศเหนือ และ ทิศใต้ เป็นโซนยืนเชียร์ อัฒจรรย์ ทิศตะวันออก และตะวันตก เป็นที่นั่งติดเก้าอี้ทั้งหมด
อัฒจรรย์ ทิศ ตะวันตก (West Stand) โซน W1-W3 และ W7 ราคาตั๋ว 120 บาท โซน W4-W6 ราคาตั๋ว 150 บาท
อัฒจรรย์ ทิศ ตะวันออก (East Stand) โซน E1 และ E4 ราคาตั๋ว 120 บาท โซน E2-E3 ราคาตั๋ว 200 บาท
อัฒจรรย์ ทิศ เหนือ (North Stand) และ ทิศใต้ (South Stand) ราคาตั๋ว 100 บาท
  • ดูโซนได้ที่รูปภาพด้านข้าง
ยังมี ห้อง วีไอพี บ๊อก ให้ บริการ และ พื้นที่สำหรับผู้สื่อข่าว รวมถึง ห้องแถลงข่าว
ปัจจุบัน สโมสรฟุตบอลเมืองทองได้รับการยอมรับว่ามีระบบแฟนคลับที่ดีที่สุดสโมสรหนึ่งในเมืองไทยเทียบเท่ากับอีกสามสโมสรคือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดชลบุรี และ บางกอกกล๊าส


ผลงาน

  • 2555 - ไทยคม เอฟเอ คัพ - รองชนะเลิศ
  • 2555 - ไทยพรีเมียร์ลีก - อันดับ 3
  • 2554 - ถ้วยพระราชทาน ก - รองชนะเลิศ
  • 2553 - ไทยคม เอฟเอ คัพ - รองชนะเลิศ
  • 2553 - เอเอฟซี คัพ - รอบรองชนะเลิศ
  • 2553 - ไทยพรีเมียร์ลีก - อันดับ 1 แชมป์
  • 2553 - ถ้วยพระราชทาน ก - ชนะเลิศ
  • 2552 - ไทยพรีเมียร์ลีก - อันดับ 1 แชมป์
  • 2551 - ไทยลีก ดิวิชั่น 1 - อันดับ 1 แชมป์
  • 2550 - ไทยลีก ดิวิชั่น 2 - อันดับ 1 แชมป์

ผู้ฝึกสอน

รายชื่อผู้ฝึกสอน (2550 - ปัจจุบัน)
ชื่อสัญชาติระยะเวลาความสำเร็จ
นพพร เอกศาสตราธงชาติของไทย2550 - 2551แชมป์ ดิวิชั่น 2
นาวาเอก สุรศักดิ์ ตังสุรัตน์ธงชาติของไทย2551 - เมษายน 2552แชมป์ ดิวิชั่น 1
อรรถพล บุษปาคมธงชาติของไทยเมษายน 2552 - มกราคม 2553แชมป์ ไทยพรีเมียร์ลีก
เรอเน เดอซาแยร์ธงชาติของเบลเยียมมกราคม 2553 - มกราคม 2554แชมป์ ไทยพรีเมียร์ลีก
การ์ลูส โรเบร์ตู จี การ์วัลยูธงชาติของบราซิลมกราคม 2554 - มีนาคม 2554
โรเบิร์ต โปรคูเรอร์ธงชาติของเบลเยียมมีนาคม 2554ดูแลทีมชั่วคราว
เฮ็นริเก้ คาลิสโต้ธงชาติของโปรตุเกสมีนาคม 2554 - กันยายน 2554
ร็อบบี ฟาวเลอร์ธงชาติของอังกฤษตุลาคม 2554 - มกราคม 2555
มิลอส โจซิคธงชาติของเซอร์เบียมกราคม 2555 - กุมภาพันธ์ 2555ดูแลทีมชั่วคราว
สลาวิซ่า โยคาโนวิชธงชาติของเซอร์เบียกุมภาพันธ์ 2555 - ปัจจุบัน







รายชื่อนักฟุตบอล

ปรับปรุงล่าสุด:20 มีนาคม 2555 Note: ธงชาติที่ปรากฎบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่า ตามความเหมาะสม เพราะบางผู้เล่นอาจถือสองสัญชาติ
No.ตำแหน่งผู้เล่น
1ธงชาติของไทยGKกัมพล ปฐมอรรฆย์กุล
2ธงชาติของไทยDFอาทิตย์ ดาวสว่าง
3ธงชาติของไทยDFทศพล ลาเทศ
4ธงชาติของไทยDFภานุพงศ์ วงศ์ษา
5ธงชาติของเกาหลีเหนือDFรี ฮวาง ชอน
6ธงชาติของไทยDFณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ Captain sports.svg
7ธงชาติของไทยMFดัสกร ทองเหลา (รองกัปตันทีม)
8ธงชาติของไทยMFเอกภูมิ โพธารุ่งโรจน์
9ธงชาติของเกาหลีเหนือFWโช คุม โชล
10ธงชาติของไทยFWธีรศิลป์ แดงดา
11Flag of the NetherlandsMFอัดนัน บาราคัท
13ธงชาติของโกตดิวัวร์FWคริสเตียน ควาคู
14ธงชาติของไทยDFปิยะชาติ ถามะพันธ์
15ธงชาติของไทยMFสารัช อยู่เย็น
16ธงชาติของไทยMFจักรพันธ์ พรใส
18ธงชาติของไทยDFมงคล นามนวด
No.ตำแหน่งผู้เล่น
19ธงชาติของไทยMFพิชิตพงษ์ เฉยฉิว
20Flag of the Republic of MacedoniaMFมาริโอ ยูรอฟสกี้
21ธงชาติของโกตดิวัวร์MFดักโน่ เซียก้า (รองกัปตันทีมที่ 2)
22ธงชาติของโกตดิวัวร์FWโคเน่ โมฮัมเหม็ด
23ธงชาติของไทยMFปิยพล บรรเทา
24ธงชาติของไทยMFกษิดิ์เดช เวทยาวงศ์
25ธงชาติของไทยDFฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์
26ธงชาติของไทยGKกวิน ธรรมสัจจานันท์
29ธงชาติของไทยFWอนุศักดิ์ เหล่าแสงไทย
32ธงชาติของไทยDFวันใหม่ เศรษฐนันท์
33ธงชาติของไทยMFณธฤษภ์ ธรรมรสโสภณ
34ธงชาติของไทยMFอดิศักดิ์ กลิ่นโกสุมภ์
35ธงชาติของไทยDFวีรวุฒิ กาเหย็ม
36ธงชาติของไทยDFวรนาถ ทองเครือ
40ธงชาติของไทยGKทัตพิชา อักษรศรี









ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น